วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัว รศ.ณัฐฐ์วัฒน์ สุทธิโยธิน อัพเดท 16 สิงหาคม 2557

ทำเนียบคณาจารย์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ปีการศึกษา 2557
รูปประจำตัว

ชื่อ-สกุล
รศ.ณัฐฐ์วัฒน์  สุทธิโยธิน
ชื่อเล่น
อ.ณัฐฐ์
วันเกิด
26 ตุลาคม 2502
ตำแหน่งงาน
รองศาสตราจารย์ ระดับ 9
ที่ทำงาน / บริษัท
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ที่อยู่
9/9 หมู่ 9 ซอยเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ
โทรศัพท์มือถือ
081-446-6951
โทรศัพท์ที่ทำงาน
02-504-8351
อีเมล์
nattawat_ok@hotmail.com
เฟซบุ๊ก
https://www.facebook.com/nattawat.ok
ไลน์

อินสตราแกรม

การศึกษาสูงสุด
นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารมวลชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สังคมศาสตรมหาบัณฑิต (อาชญาวิทยา) มหาวิทยาลัยมหิดล
ความสามารถ
ความเชี่ยวชาญ

การตลาดออนไลน์ สื่อออนไลน์ สื่อดิจิทัล สื่อโทรทัศน์ ข่าวโทรทัศน์ กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ กฎหมายอาญาชั้นสูง การวิจัยเชิงปริมาณ
การวิจัยเชิงคุณภาพ
ประสบการณ์
ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2550-2551
ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2549-2551
เนื้อหาวิชาที่สนใจเป็นพิเศษ
การตลาดออนไลน์ สื่อออนไลน์ สื่อดิจิทัล Food Marketing Communication
ผลงาน
ทำงานวิจัยระดับชาติ 3 เรื่อง (วิจัยเชิงคุณภาพ และ วิจัยเชิงปริมาณ)
คติประจำใจ
ความรู้ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ

วันที่อัพเดทข้อมูลล่าสุด 16 สิงหาคม 2557

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แนวทางในการตอบข้อสอบอัตนัยวิชากฎหมาย

แนวทางในการตอบข้อสอบอัตนัยวิชากฎหมาย

รองศาสตราจารย์ณัฐฐ์วัฒน์  สุทธิโยธิน

                  วิชาที่เกี่ยวกับกฎหมาย เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการใช้เหตุผล (rational) เป็นประการสำคัญ มีการใช้ทั้งเหตุ (causes) มีการใช้ทั้งผล (effects) ในการศึกษาทำความเข้าใจ นอกจากนี้ยัง มีลักษณะเฉพาะของวิชา คือ การมีตัวบทกฎหมายที่แน่นอน ชัดเจน รองรับและสนับสนุนการวิเคราะห์ 
                            ด้วยลักษณะเฉพาะและธรรมชาติของเนื้อหาวิชากฎหมายดังกล่าว ในการวัดผลจึงใช้วิธีการวัดผลด้วยข้อสอบแบบอัตนัย หรือข้อสอบแบบเขียนตอบเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้วิธีการคิด วิธีการวิเคราะห์โดยอาศัยหลักกฎหมายเป็นกรอบอ้างอิง  แต่นื่องจากความไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติของวิชากฎหมาย ทำให้นักศึกษาจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาในการเขียนตอบข้อสอบวิชาที่เกี่ยวกับกฎหมาย ทั้งนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์หรือสาขาวิชาอื่น ที่มิใช่นักศึกษาที่เรียนสาขาวิชานิติศาสตร์โดยตรง มักจะมีข้อสงสัยมีข้อคำถามเกี่ยวกับวิธีการเขียนตอบข้อสอบวิชากฎหมาย ว่าจะเขียนอย่างไรจึงจะถูกต้อง เขียนอย่างไรจึงจะตรงประเด็น เขียนอย่างไรจึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ และเขียนอย่างไรจึงจะได้คะแนนดี ซึ่งในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีชุดวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายโดยตรงชุดวิชาหนึ่งคือ   ชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนเป็นประธานกรรมการกลุ่มผลิตและบริหารชุดวิชานี้ ผู้เขียนจึงขอแนะนำสาระความรู้เกี่ยวกับแนวทางในการตอบข้อสอบอัตนัยวิชากฎหมาย เพื่อสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา และให้แนวปฏิบัติในการเขียนคำตอบข้อสอบวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายดังที่จะได้อรรถาธิบายดังต่อไปนี้

หลักทั่วไปในการตอบข้อสอบอัตนัยวิชากฎหมาย
1. วิเคราะห์โจทย์ จับประเด็นให้ได้ว่า โจทย์ข้อนี้คือ
(1) เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เช่นเป็นเรื่อง การหมิ่นประมาทผู้อื่น การหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา  
(2) ประเด็นคำถามของโจทย์คืออะไร มีกี่ประเด็น มีประเด็นอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น โจทย์ถามว่า
- การกระทำของนายแดงเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทอย่างไรบ้าง
- การกระทำของนายแดงถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ เพราะเหตุใด
- การกระทำของนายแดงจะเข้าข่ายได้รับข้อยกเว้นที่ถือว่าไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ เพราะเหตุใด
- นายแดงจะหยิบยกข้อต่อสู้ใดขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อให้พ้นจากความรับผิดตามกฎหมายหมิ่นประมาทได้บ้าง
- นายแดงจะหยิบยกข้อต่อสู้ใดขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อให้พ้นจากการต้องได้รับโทษตามกฎหมายหมิ่นประมาทได้บ้าง
2. คิดถึงหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อค้นหาหัวเรื่องและประเด็นที่โจทย์ถามพบแล้ว ให้นักศึกษาพิจารณาต่อไปว่า ในหัวเรื่องและประเด็นดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายเรื่องใด ตัวอย่างเช่น กฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา การหมิ่นประมาทที่ต้องทำให้ได้รับโทษหนักขึ้น ข้อยกเว้นความรับผิดฐานหมิ่นปะมาท
3. จำแนกหลักเกณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบแห่งความผิด เมื่อเลือกหลักกฎหมายได้มาแล้ว ให้พิจารณาต่อไปว่า หลักกฎหมายนั้น มีหลักเกณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบแห่งความผิดอย่างไร มีหลักเกณฑ์กี่ข้อ มีอะไรบ้าง องค์ประกอบแห่งความผิดแบ่งออกเป็น ส่วนคือ
องค์ประกอบภายใน คือ เจตนาของผู้กระทำผิด ตามหลักกฎหมายอาญา บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา (มาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายอาญา)
องค์ประกอบภายนอก คือ การกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตามที่ได้กำหนดไว้ของแต่ละฐานความผิด
ตัวอย่างเช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีองค์ประกอบความผิด ประการดังนี้คือ
1. ผู้ใด
2. ใส่ความ
3. ผู้อื่น
4. ต่อบุคคลที่สาม
5. โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
4. เขียนให้สั้น กระชับ รัดกุม เขียนให้ตรงประเด็นที่สุด ไม่เยิ่นเย้อ
5. เขียนตามหลักเหตุผล ไม่ใส่ความรู้สึก หรืออารมณ์ของตนเองลงไป

วิธีการเขียนตอบข้อสอบอัตนัย
                มีวิธีการเขียนตอบข้อสอบที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ ชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน โดยการแบ่งโครงสร้างการเขียนตอบออกเป็น ส่วนดังนี้
ส่วนแรก วางหลักกฎหมาย เป็นการเขียนหลักกฎหมายของฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในโจทย์ที่ถามไว้
ตัวอย่างวิธีการเขียน
กฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ได้วางหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบของความผิดไว้ ประการดังนี้คือ
1. ผู้ใด
2. ใส่ความ
3. ผู้อื่น
4. ต่อบุคคลที่สาม
5. โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
พร้อมด้วยองค์ประกอบภายใน คือ กระทำโดยเจตนา
ส่วนที่สอง ปรับข้อเท็จจริงตามอุทธาหรณ์ที่ปรากฏในโจทย์ให้เข้ากับหลักกฎหมาย โดยการอธิบายการกระทำหรือพฤติการณ์ของบุคคลตามที่ระบุในโจทย์ให้เข้ากับหลักกฎหมาย ทุกองค์ประกอบความผิด
ตัวอย่างวิธีการเขียน
1. ผู้ใด ในที่นี้หมายถึงนายแดงผู้พูดส่ความผู้อื่น
2. ใส่ความ การที่นายแดงไปพูดกับบุคคลอื่นว่า นายขาวเป็นมีหนี้สินล้นพ้นตัว เคยจ่ายเช็คให้ตนเองแล้วเช็คเด้ง นอกจากนี้ยังเคยกู้เงินคนอื่นมาหลายรายแล้วไม่ยอมใช้หนี้ รวมทั้งเคยไปกู้เงินธนาคาร ธนาคารก็ไม่ให้กู้เพราะเครดิตไม่ดี การพูดของนายแดงถือได้ว่าเป็นการใส่ความนายขาวให้ได้รับความเสียหาย
3. ผู้อื่น ในที่นี้หมายถึงนายขาวผู้ถูกนายแดงพูดใส่ความ
4. ต่อบุคคลที่สาม ในที่นี้หมายถึงนายดำ นายเขียว นายเหลือง หรือบุคคลใดๆ ที่ได้รับรู้การพูดของนายแดงที่ใส่ความนายขาว
5. โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง คำพูดที่นายแดงกล่าวว่านายขาวเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว เคยจ่ายเช็คให้ตนเองแล้วเช็คเด้ง นอกจากนี้ยังเคยกู้เงินคนอื่นมาหลายรายแล้วไม่ยอมใช้หนี้ รวมทั้งเคยไปกู้เงินธนาคาร ธนาคารก็ไม่ให้กู้เพราะเครดิตไม่ดี เป็นคำพูดที่น่าจะทำให้นายขาวเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
นอกจากนี้ยังปรากฏว่านายแดงได้กระทำการพูดใส่ความนายขาวต่อผู้อื่นโดยเจตนา
ส่วนที่สาม วินิจฉัย เป็นการลงข้อสรุปตามประเด็นที่โจทย์ตั้งคำถามไว้ โดยการอธิบายการกระทำหรือพฤติการณ์ของบุคคลตามที่ระบุในโจทย์ ซึ่งอาจวินิจฉัยได้หลายลักษณะดังนี้คือ
- เป็นความผิด
- ไม่เป็นความผิด เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามหลักกฎหมาย
- ไม่เป็นความผิด เพราะเข้าข้อยกเว้นความรับผิด
- เป็นความผิด แต่ไม่ต้องรับโทษ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ให้ไม่ต้องรับโทษ
ตัวอย่างวิธีการเขียน
จากพฤติกรรมของนายแดงที่พูดใส่ความนายขาวต่อบุคคลที่สาม ทำให้ได้ความเสียหายเสื่มเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ครบองค์ประกอบความผิดตามหลักกฎหมายเรื่องหมิ่นประมาท ดังนั้น นายแดงจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

หมายเหตุ ในการเขียนตอบข้อสอบ นักศึกษาอาจจำเลขมาตราในกฎหมายไม่ได้ ก็ไม่ต้องเขียนลงไป ให้เขียนเพียงแค่ว่า ตามหลักกฎหมายเรื่องการหมิ่นประมาททางอาญา ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้ แล้วจึงเขียนอธิบายหลักเกณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบความผิดทีละข้อจนครบทุกข้อ

ผู้เขียน: รองศาสตราจารย์ณัฐฐ์วัฒน์  สุทธิโยธิน
                ประธานกรรมการกลุ่มผลิตและบริหารชุดวิชา 
                15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์
                สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

วันที่เขียนวันที่ 14 ตุลาคม 2556
วันที่เผยแพร่วันที่ 16 ตุลาคม 2556

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จับประเด็นชุดวิชากฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์..ได้ภายใน 10 นาที

จับประเด็นชุดวิชากฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์..ได้ภายใน 10 นาที

        ใครที่เรียนชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ แล้วมองว่ามีเนื้อหามากและยาก
ผมมีเคล็ดลับในการทำความเข้าใจชุดวิชานี้ให้ทุกคนเข้าใจได้ภายใน 10 นาที

        ก่อนอื่นเราต้องภาพรวมของชุดวิชาก่อน เนื้อหาของชุดวิชานี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ
             1. เรื่องเกี่ยวกับสังคม รัฐ ประชาชน และการสื่อสาร
             2. เรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย
             3. เรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม

        กลุ่มที่ 1 สังคม รัฐ ประชาชน และการสื่อสาร
              ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับสังคม สิทธิ เสรีภาพ การสื่อสาร ดุลยภาพระหว่างรัฐ ประชาชน และการสื่อสาร การใช้ประโยชน์จากการสื่อสาร และการควบคุม การคุ้มครอง การป้องกัน ความมั่นคงและความปลอดภัยของรัฐและสังคม

             สำหรับเรื่อง การควบคุม การคุ้มครอง และการป้องกัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ

             ลักษณะแรก บทบาทหน้าที่ของรัฐ (State and Government) ในการการควบคุม คุ้มครอง และป้องกัน ในเรื่อง 5 เรื่องต่อไปนี้คือ
             1. ความมั่นคงของรัฐ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และดินแดน
             2. ความสงบเรียบร้อยของสังคม
             3. ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความเสื่อมทรามทางศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ของประชาชน
             4. ผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย จิตใจ ของประชาชน
             5. สิทธิส่วนบุคคลของประชาชน

             ลักษณะที่สอง บทบาทหน้าที่ของประชาชน (Civil Group) ในการควบคุมสังคมและตรวจสอบการทำงานของรัฐและสื่อมวลชน แบ่งออกเป็น 3 กรณีคือ
             1. การใช้สิทธิ เสรีภาพ และอำนาจที่ได้รับการรับรองโดยมีบัญญัติไว้ในกฎหมาย (Laws) ในการควบคุมสังคม ตรวจสอบการทำงานของรัฐ และตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชน
             2. การใช้พลังกลุ่มทางสังคม (Social Group/Pressure Group) ในการควบคุมสังคม ตรวจสอบการทำงานของรัฐ และตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชน
             3. การใช้พลังสื่อและเทคโนโลยีการสื่อสาร (Media and Communication Technology) ในการควบคุมสังคม ตรวจสอบการทำงานของรัฐ และตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชน

             เนื้อหาจะอยู่ในเอกสารการสอนหน่วยที่ 1, 2, 3, 7

        กลุ่มที่ 2 กฎหมาย
              เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

              ส่วนที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย

              เป็นการปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเบื้องต้นที่จำเป็นต้องทราบ
              1. หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย
              2. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
              3. กฎหมายอาญา
              4. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                                    

              ส่วนที่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อ การสื่อสาร และนิเทศศาสตร์โดยตรง
                เป็นการศึกษากฎหมายเฉพาะต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการสื่อสาร และนิเทศศาสตร์ ได้แก่
               1. กฎหมายจดแจ้งการพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติ จดแจ้งการพิมพ์  พ.ศ. 2550
               2. กฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ตามพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
               3. กฎหมายการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551
               4. กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551
               5. กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณา ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่ม พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 และกฎหมายอื่นๆ    
               6. กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

                เนื้อหาจะอยู่ในเอกสารการสอนหน่วยที่ 9, 10, 11, 12, 14

              ส่วนที่ 3 กฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานด้านการสือสารและนิเทศศาสตร์
                เป็นกฎหมายอื่นๆ ที่มีบทบังคับ ระเบียบ ข้อปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการสือสารและนิเทศศาสตร์ ได้แก่
                1. กฎหมายอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญาโดยเฉพาะกฎหมายอาญาในความผิดฐาน
                        1) ความผิดฐานดูหมิ่น 
                        2) ความผิดฐานหมิ่นประมาท
                        3) ความผิดฐานบุกรุก
                        4) ความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ
 
                2. กฎหมายแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                        1) ความผิดฐานละเมิด
                        2) ความผิดฐานหมิ่นประมาททางแพ่ง

                3. กฎหมายลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
                4. กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

                 เนื้อหาจะอยู่ในเอกสารการสอนหน่วยที่ 7, 8, 15

        กลุ่มที่ 3 จริยธรรม
                เป็นการศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับ
                1. หลักจริยธรรม
                2. จริยธรรมสื่อสารมวลชน
                3. บทบาทของประชาสังคมต่อการส่งเสริมจริยธรรมสื่อสารมวลชน 
               
                เนื้อหาจะอยู่ในเอกสารการสอนหน่วยที่ 4, 5, 7

               เนื้อหามีทั้งหมดเพียงแค่ 3 กลุ่มใหญ่เท่านั้น เข้าใจภาพรวมเสียก่อน แล้วจึงเข้าใจภาพย่อย
จะช่วยให้การศึกษาชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ เข้าใจง่าย จับประเด็นได้แม่นยำ

               ผู้เขียน:
               รองศาสตราจารย์ณัฐฐ์วัฒน์  สุทธิโยธิน
               อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มสธ.
               ประธานกรรมการกลุ่มผลิตและบริหารชุดวิชา
               15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์
 
               วันที่เขียนและเผยแพร่: 14 ตุลาคม 2556     
                

                
 

  

การใช้สื่อ Social Media เพื่อความ Smart ในการเรียนรู้ชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์


เรียน ท่านผู้ที่สนใจความรู้ทางด้านกฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสื่ิอทุกแขนง

        บล็อก (Blog) กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์ เป็นสื่อใหม่ (New media) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน ทั้งสื่อดั้งเดิม (Conventional media) และสื่อใหม่ (New media)


         อันประกอบด้วย สื่ออินเทอร์เน็ต สื่อออนไลน์ สื่อแพร่ภาพ สื่อกระจายเสียง ทั้งด้านหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุออนไลน์ โทรทัศน์แพร่ภาพ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โทรทัศน์ออนไลน์ โทรทัศน์แบบอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล หรือ IPTV นิตยสารเล่ม นิตยสารออนไลน์ ภาพยนตร์ ภาพยนตร์ออนไลน์


          ผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองและรับรองสิทธิในการดำเนินการ เช่น การอาศัยสิทธิอำนาจตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ในการแสวงหาข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของรัฐมาทำข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวโทรทัศน์ 


           ผู้ประกอบวิชาชีพนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน ยังจะต้องถูกควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฏ ระเบียบ คำสั่ง ที่ดกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันมิให้การดำเนินงานของตน ไปก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ ความลามกอนาจาร ความเสื่อมทรามทางจิตหรือสุขภาพของประชาชน


           นอกจากนี้ผู้ประกอบวิชาชีพนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน ยังถูกควบคุมมิให้การดำเนินงานนั้ของตน ไปกระทบสิทธิ ริดรอนสิทธิ หรือรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่นซึ่งได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.  2550 รวมทั้งกฎหมายเฉพาะสำหรับสื่อ เช่น พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551


           กฎหมายอาญาที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งที่ผู้ประกอบวิชาชีพนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน จำเป็นจะต้องทราบและปฏิบัติตาม คือ กฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อ. มาตรา 326, 327, 328, 329, 330, และ 331 ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นจำคุก เนื่องในการปฏิบัติงานผลิตสื่ิอ ผลิตสาร อาจมีเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบางครั้งเกิดจากความไม่เข้าใจ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ต้องได้รับโทษ ผู้ปฏิบัตงานในวิชาชีพนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน จำเป็นต้องราบ


           นอกจากกฎหมายซึ่งถือเป็นการควบคุมแบบภายนอก (External control) แต่ยังมีการควบคุมอีกด้านหนึ่งที่เป็นการควบคุมแบบภายใน (Internal control) โดยอาศัยหลักศาสนา หลักค่านิยม หลักขนบธรรมเนียมประเพณี หลักจริยศาสตร์ มาเป็นเครื่องมือในการควบคุม การควบคุมนี้เรียกว่า การควบคุมโดยคุณธรรมและจริยธรรม


            เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่และช่องทางการสื่อสาร ที่สามารถทำการสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงได้ในลักษณะที่เรียกว่าเข้าถึงได้ทุกคน (any one) ทุกทีี่ (anywhere) และ ทุกเวลา (anytime) สามารถติดต่อได้กับผู้คนจำนวนมาก ทั้งแบบรายปัจเจกบุคคล (individual) แบบกลุ่ม (group) และแบบมวลชน (mass) ทั้งในพื้นที่เดียวกัน (common place) และต่างพื้นที่ (difference place) ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในเวลาเดียวกันแบบ Real time และต่างเวลา (any time) ตั้งอยู่บนความต้องการและความพร้อมขอฃแต่ละบุคคลที่อาจแตกต่างกัน (on demand) ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้สร้างช่องทางการสื่อสารประเภท New media ในลักษณะของ Social media ด้วยรูปแบบ Blog นี้ขึ้นมา


            Blog นี้จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

             1. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สาระ ความรู้ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหาของชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์  เช่น การอธิบาการวิเคราะห์ การแนะนำวิธีการเรียน การแนะนำตัวอย่างและกรณีศึกษา การแนะนำแหล่งความรู้ การแนะนำคำพิพากษาฎีกา
             2. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์ เสริมเพิ่มเติมความรู้ ขยายโลกทัศน์ สร้างเสริมประสบการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์
             3. แนะนำวิธีการเตรียมตัวสอบ การแนะนำวิธีการตอบข้อสอบแบบอัตนัย
             4. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์

             อย่างไรก็ดี Blog นี้เป็นการเริ่มต้นในลักษณะ Pilot project ริเริ่มนำมาใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็น Smart Learner สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Self learning/Self study) ยังเป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร (Text) เป็นหลัก ฝนโอกาสต่อไปจะมีการพัฒนานำ digital video, video clip, digital audio, และ graphic มาใช้ในการนำเสนอเนื้อหา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

             
             จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

              รองศาสตราจารย์ณัฐฐ์วัฒน์ สุทธิโยธิน

              ประธานกรรมการกลุ่มผลิตและบริหาร
              ชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์
              วันที่ 14 ตุลาคม 2556

หมายเหตุ

รองศาสตราจารย์ณัฐฐ์วัฒน์ สุทธิโยธิน ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำ
สังกัด สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
และมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการกลุ่มผลิตและบริหาร
ชุดวิชา 15307 กฎหมายและจริยธรรมด้านนิเทศศาสตร์
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 - ปัจจุบัน